0

“การทำอาหาร” ช่วยสื่อสาร “ภาษารัก” ได้อย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง


2025-07-25 11:22:08

“การทำอาหาร” ช่วยสื่อสาร “ภาษารัก” ได้อย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง 

“การบอกรัก” สำหรับใครหลายคนอาจจะเป็นเรื่องง่าย ในขณะที่มีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้เลือกแสดงความรักผ่านทางคำพูด แต่แสดงออกด้วยวิธีการอื่นๆ แกรี แชปแมน นักเขียนชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือชื่อ “The Five Love Languages” ได้อธิบายไว้ว่า คนเรามีวิธีการที่แตกต่างกันในการแสดงความรัก โดยแต่ละคนจะมี “ภาษารักขั้นพื้นฐาน” ที่สะท้อนอยู่ลึกๆ ในตัวตนของแต่ละคน เพราะฉะนั้น การทำความเข้าใจภาษารักของตัวเอง และภาษารักของผู้อื่น จะช่วยพัฒนาการสื่อสารและความสัมพันธ์ของคนเราได้


ภาษารักทั้ง 5 รูปแบบของแกรี แชปแมน ประกอบด้วย


  1. การแสดงความรักผ่านถ้อยคำ เช่น การบอกรัก การเขียนจดหมายรัก การชื่นชมยกย่อง และการให้กำลังใจ
  2. เวลาคุณภาพ คือการใช้เวลาร่วมกันกับคนที่คุณรัก โดยไม่มีอะไรมาขัดจังหวะ เช่น การพูดคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือการตั้งใจฟัง
  3. การมอบของขวัญ คือการตั้งใจเลือกของขวัญที่มีความหมายเพื่อมอบให้กับคนที่รัก 
  4. การดูแลเอาใจใส่ คือการคอยดูแลช่วยเหลือคนรอบข้าง พูดง่ายๆ ว่า “การกระทำสำคัญกว่าคำพูด” นั่นเอง
  5. การสัมผัสร่างกาย ภาษารักประเภทนี้จะเน้นที่ความพึงพอใจทางด้านร่างกายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการกอด จูบ จับมือ นวด หรือการสัมผัสร่างกายตามความเหมาะสม


“บอกรักผ่านอาหาร” ภาษารักที่ดีต่อกายและใจ

แม้ว่าการทำอาหารจะไม่ได้อยู่ในภาษารักตามทฤษฎีของแชปแมน แต่เมื่อพิจารณาให้ดีจะพบว่า การทำอาหารให้คนที่เรารักนั้นเป็นการนำเอาภาษารักทั้งหลายมาผสมผสานกัน ออกมาเป็นอาหารจานพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เพราะการทำอาหารไม่ได้ใช้แค่ฝีมือ แต่ยังใช้ “หัวใจ” ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์อาหารจานโปรดของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว ความใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย และความตั้งใจในการปรุงอาหารสุดฝีมือ ให้อร่อย ถูกปากคนที่คุณรัก นำไปสู่ความสุขบนโต๊ะอาหารในทุกมื้อ และสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว ซึ่งหมายถึงความสุขของทุกคนในระยะยาวนั่นเอง


และสำหรับครอบครัวไทย องค์ประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุกมื้ออาหาร ก็ต้องเป็นข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของพวกเรามาช้านาน โดยเฉพาะ “ข้าวหอมมะลิ” ที่ใครได้ชิมก็เป็นต้องถูกปากและถูกใจ ยิ่งถ้าเป็นข้าวหอมมะลิจากแหล่งที่มีชื่อเสียงอย่าง “ข้าวหอมมะลิสุรินทร์” ที่ทั้งนุ่มและมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เชื่อแน่ว่า มื้ออาหารที่เสิร์ฟข้าวชนิดนี้ จะต้องเป็นมื้อที่ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจมากทีเดียว


แกมมา-โอริซานอล: สารธรรมชาติเพื่อสุขภาพ

นอกเหนือจากรสชาติอร่อย ความนุ่ม และกลิ่นหอมแล้ว ส่วนต่างๆ ของข้าวหอมมะลิสุรินทร์ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย อย่าง “รำข้าวหอมมะลิ” ที่เป็นแหล่งสารธรรมชาติที่ชื่อว่า “แกมมา-โอริซานอล” โดยในรำข้าวหอมมะลิ 100 กก. จะมีน้ำมันรำดิบอยู่ประมาณ 17 กก. แต่เมื่อนำน้ำมันรำดิบที่สกัดได้มาผ่านกรรมวิธีแล้ว จะเหลือน้ำมันรำดิบเพียง 10 กก. เท่านั้น และเจ้าแกมมา-โอริซานอล ก็จะอยู่ในน้ำมันนี้นั่นเอง


แล้วแกมมา-โอริซานอล มีดีอะไรนะ? ก็ต้องบอกแบบนี้ว่า ความเครียด มลพิษ อาหารแปรรูป หรือแม้แต่การอักเสบเล็กน้อยในร่างกาย ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา แม้ว่าโดยปกติ ร่างกายของเราจะผลิตสารต้านอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่เจ้าแกมมา-โอริซานอล ในน้ำมันรำข้าวหอมมะลินั้นมีคุณสมบัติโดดเด่นในการต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าวคุณภาพสูง ที่มีแกมมา-โอริซานอล เข้มข้นถึง 15,500 ppm ซึ่งนับว่าเป็นตัวช่วยชั้นดี ที่จะทำให้ร่างกายของคุณและคนที่คุณรักแข็งแรงและปลอดภัยจากโรคร้ายมากขึ้น 


นอกจากนี้ สำหรับวัยทำงานและผู้สูงอายุ สารแกมมา-โอริซานอล มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับไขมันในเลือด ลด LDL (ไขมันตัวร้าย) เพิ่ม HDL (ไขมันดี) ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และช่วยดูแลระบบต่างๆ ของร่างกาย นอกจากนี้จากงานวิจัยเบื้องต้นยังพบว่า แกมมา-โอริซานอลอาจมีบทบาทในการลดการสูญเสียมวลกระดูก และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ส่วนในเด็ก ก็สามารถใช้น้ำมันรำข้าวในการประกอบอาหารได้อย่างปลอดภัย เพราะเป็นแหล่งไขมันดีที่ร่างกายต้องการ


นอกจากคุณประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว น้ำมันรำข้าวยังมีคุณสมบัติที่เหมาะสมมากๆ ในการนำมาปรุงอาหารและส่งต่อภาษารักผ่านความอร่อย เพราะโดยทั่วไปการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผัด อบ ย่าง หรือทอด มักจะใช้อุณหภูมิไม่เกิน 200 องศาเซลเซียส ซึ่งน้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันที่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะมีจุดเกิดควันที่สูงกว่า 200 องศาเซลเซียส ดังนั้น น้ำมันรำข้าวจึงเหมาะที่จะนำมาทำอาหารที่ใช้ความร้อนสูง อย่างอาหารผัดหรืออาหารทอด 


นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติ เช่น แกมมา-โอริซานอล และวิตามินอี ในน้ำมันรำข้าว ยังช่วยชะลอการเสื่อมคุณภาพของน้ำมันภายใต้อุณหภูมิสูง ทำให้สามารถใช้น้ำมันที่อุณหภูมิสูงได้ดี แต่อย่างที่รู้กัน การใช้น้ำมันซ้ำหรือตั้งไฟให้น้ำมันอยู่ในอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ สามารถก่อให้เกิดสารที่เป็นพิษต่อร่างกายได้ เพราะฉะนั้น จึงควรเปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทำอาหารอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย


มาถึงตรงนี้แล้ว จะเห็นได้ว่า น้ำมันรำข้าวเพียงหยดเดียว ก็สามารถส่งต่อความรัก ความห่วงใย ให้กับคนที่คุณรักได้อย่างมากมายหลายแง่มุม และหากใครอยากเริ่มส่งภาษารักผ่านอาหารที่มีประโยชน์ น้ำมันรำข้าว “สุรินี” ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี ด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากแหล่งที่มีชื่อเสียง กรรมวิธีที่สะอาด ปลอดภัย และที่สำคัญคือสารอาหารที่เปี่ยมคุณประโยชน์ เหมาะสำหรับการเป็นตัวแทนความรักที่มอบให้กับทุกคนในครอบครัว


อย่าลืมนะคะ น้ำมันรำข้าวหยดเดียวก็สามารถสร้างความสุขให้กับครอบครัวและคนที่คุณรักได้ เพียงแค่เราใส่ “หัวใจ” ลงไปในทุกรายละเอียดของความสัมพันธ์


“สื่อรักจากใจด้วยน้ำมันรำข้าวสุรินี”


บริษัท    น้ํามันรําข้าวสุรินทร์   จํากัด

393/1-4 ถ.เทศบาล 1 อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000 

 044-110-240, 081-600-0896,  083-460-4848
  info@sbo.co.th







Official 


            








Copyright ® 2025 suriny.co.th